บุคคล

  • น้อมรำลึก “พ่อหลวง” กษัตริย์แห่งเทคโนโลยี

    Read More

    19 ตุลาคม ของทุกปี  ถูกกำหนดให้เป็น “วันเทคโนโลยีของไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร โดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน และกิจกรรมเกี่ยวกับการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” โดยมีการเริ่มจัดงานครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2544

    โครงการพระราชดำริฝนหลวง เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้ง โดยเทคโนโลยีฝนหลวง ที่ทรงทุ่มเทคิดค้นขึ้นมานี้ มิได้ยังประโยชน์ ต่อพสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่าเท่านั้น แต่ยังเอื้อประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ชาติทั่วไป ดังจะเห็นได้ว่า นับแต่ประเทศไทยได้จดทะเบียนกิจกรรมฝนหลวง กับองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ เป็นครั้งแรก เมื่อพ.ศ. 2525 เทคโนโลยีฝนหลวง จึงได้ถูกเผยแพร่เข้าสู่การยอมรับ และถ่ายทอดตามคำร้องขอ ให้แก่สมาชิกที่มีกิจกรรมดัดแปรสภาพอากาศ ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก รวม 28 ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้ถ่ายทอดโดยตรงให้กับมิตรประเทศ ทั้งในกลุ่มอาเซียน 5 ประเทศ และนอกกลุ่ม เช่น ประเทศศรีลังกา บังคลาเทศ ปากีสถาน โอมาน เป็นต้น รวมทั้งมีการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และข้อมูลระหว่างกันกับประเทศ สหรัฐ อเมริกา แคนนาดา ออสเตรเลีย อิตาลี ฝรั่งเศส และสาธารณรัฐประชาชนจีน จนกระทั่งกลุ่มประเทศอาเซียน และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ยกให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการดัดแปรสภาพอากาศ ในภูมิภาคเขตร้อน ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา

    องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกจึงได้ ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540 ในฐานะที่ทรงพระปรีชาสามารถ และทรงเป็นผู้ริเริ่มบุกเบิก ให้กิจกรรมดัดแปรสภาพอากาศ ให้เกิดฝนในภูมิภาคเขตร้อน มีความเป็นไปได้ และก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนั้น รัฐบาลได้ตระหนักถึงพระปรีชาสามารถในทางเทคนิค จึงมีมติคณะรัฐมนตรี ถวายพระเกียรติให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทย” เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2543 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2544 และมีมติเลือกวันที่ทรงสาธิต ปฏิบัติการฝนหลวง แก่นักวิทยาศาสตร์สิงค์โปร์ จากเขื่อนแก่งกระจาน โดยใช้สนามบินบ่อฝ้าย อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นฐานปฏิบัติการ จนประสบความสำเร็จ เป็นที่อัศจรรย์ และประจักษ์ในพระปรีชาสามารถ ต่อนักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ และผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในวันนั้น เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2515 ให้เป็น “วันเทคโนโลยีของไทย” มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เทียบเท่าวันที่รัชกาลที่ 4 เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร สุริยุปราคา ณ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.aripfan.com

  • ซีอีโอ Samsung ประกาศลาออก : อ้างถึงวิกฤติครั้งใหญ่ที่บริษัทต้องเผชิญ

    Read More

    คว็อน โอ-ฮยอน (Kwon Oh-hyun) ซีอีโอและรองประธานบริษัท Samsung Electronics ได้ประกาศจะลาออกจากตำแหน่งในเดือนมีนาคม 2018 รวมถึงตำแหน่งในบอร์ดบริหารของ Samsung Display ด้วย



    คว็อน โอ-ฮยอน ในวัย 62 ปี เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Mr.Chip ผู้ซึ่งทำให้ Samsung กลายเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำชั้นนำของโลก  ได้กล่าวในจดหมายถึงพนักงาน Samsung Electronics ว่า

    “มันเป็นสิ่งที่ผมครุ่นคิดมานานแล้ว ซึ่งมันเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก และในด้วยวิกฤติครั้งใหญ่ที่บริษัทบริษัทต้องเผชิญ ผมเชื่อว่ามันถึงเวลาแล้วที่บริษัทจะต้องมีผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถรับมือกับอุตสาหกรรม IT ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ดีกว่า” 

    คำว่า “วิกฤติ” ที่ คว็อน โอ-ฮยอน ได้ระบุถึงนั้น มีความเป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวโยงถึงการที่ ลีแจยง ทายาทของ Samsung Electronics ที่ถูกจำคุกในข้อหาทุจริต และเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เรื่องฉาวนี้ ส่งผลกระกบต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทมากเพียงไร โดยทางบริษัทยังปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับบุคคลที่จะมารับตำแหน่งซีอีโอแทน



    นอกจากข่าวการประกาศลาออกแล้วนั้น ทาง Samsung ยังได้ประกาศว่าจะรายงานผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ที่อาจสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการขายชิปหน่วยความจำได้อย่างมหาศาล

    ทางด้านผู้บริหารฝ่ายวิจัยของบริษัท CEO Score ได้ออกมากล่าวว่า “การลาออกในช่วงเวลาเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ทาง Samsung ได้ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ และจะดีขึ้นอีกในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนโดยภาคธุรกิจของ คว็อน โอ-ฮยอน”

    ข้อมูลอ้างอิง : phonearena และ theverge
    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.beartai.com

  • Young Technopreneur 2017 เผยโฉมผู้ชนะคว้ารางวัล SIA 2017

    Read More

    เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับโครงการ Young Technopreneur 2017 เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีเวทีที่สร้าง Startup ไทยมาหลายธุรกิจ มาตลอด 15 ปีในการจัดการประกวด

    โดยในปีนี้โครงการ Young Technopreneur 2017 มีแนวคิดด้านนวัตกรรมใหม่ๆสู่การเป็นนักธุรกิจด้านเทคโนโลยีตัวจริง และในปีหน้า กลุ่มสามารถ และ สวทช. พร้อมแล้วผนึกกำลังในการจัดงานโครงการ Young Technopreneur 2018 ในครั้งต่อไป และจะเดินหน้าต่อไปในการจัด ต่อเนื่อง มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ นำ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามยุทธศาสตร์ภาครัฐมาใช้เป็นประเภทการประกวดภายใต้หัวข้อ “การนำเทคโนโลยีมาช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชน”

    ในปีนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลจากเวทีประกาศผล Young Technopreneur 2017 มีดังนี้
    ผู้ชนะเลิศคว้ารางวัลสุดยอด Samart Innovation Awards พร้อมเงินรางวัล 200,000 บาท นั้นคือ
    ชื่อโครงการ : เพ็ทอินชัวร์ ประกันภัยภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์
    โดยบริษัท : บริษัท ดอง ซุง กิ อินโนเวชั่น จำกัด
    สมาชิกในทีม : นายชลณัฏฐ์ พูนชัฏกาญจน์, น.ส.พลอยพิชชา บุญทวีพิทักษ์
    ประเภทการแข่งขัน : กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ

    เป็นแพลตฟอร์มสำหรับประกันภัยสัตว์เลี้ยงครบวงจร โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถเลือกและสมัครทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงได้ทางออนไลน์ ช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงลดภาระค่าใช้จ่าย โดยสามารถเบิกเคลมค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ วัคซีน เสียชีวิต รวมถึงรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก และกรณีสัตว์เลี้ยงสูญหายได้ด้วย

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
    ชื่อโครงการ : เรือเติมอากาศ (Smart Boat O2 Improvement)
    สมาชิกในทีม : นางสาวจุติมา อินธิชิต, นางสาวสินีวรรณ แหลมคม,
    นายวีรภัทร สันติภาภรณ์, นายอภินันธ์ ศรีพรวัฒนา
    ประเภทการแข่งขัน : กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกลที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุม

    เรือเติมอากาศ คือเรือที่สามารถผลิตฟองอากาศ เพิ่มการไหลเวียนของน้ำในบ่อพักน้ำ และยังสามารถเติมอากาศได้ตั้งแต่บริเวณใต้น้ำ ไปจนถึงระดับผิวน้ำ อากาศในน้ำที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการบำบัดน้ำด้วยธรรมชาติ น้ำไม่เน่าเสีย สิ่งมีชีวิตเจริญเติบโตได้ดี เห็นผลไว และประหยัดพลังงานกว่าระบบเดิมถึง 10 เท่า

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
    ชื่อโครงการ : ระบบดูแลพืชอัตโนมัติ ชาวไร่ (Chao-Raii)
    สมาชิกในทีม : นายธนพล ทะปาละ, นายวาสุเทพ ศรีโคกกรอด, นายรฐพงศ์ รักษาสุข,
    นายเจตนัตว์ นภาวรรณ, นายติณห์ สิทธิยศ
    ประเภทการแข่งขัน : กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ

    Chao-Raii ธุรกิจที่มุ่งเน้นผลิตระบบดูแลพืชอัตโนมัติ โดยอาศัยความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี การวางระบบ และการออกแบบผลิตภัณฑ์เข้ามาผสมผสาน นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นเรื่องความง่ายในการใช้งาน ในรูปแบบ Plug & Play และการใช้งานระบบที่สอดคล้องกับระบบการใช้เดิมของผู้ใช้งาน รวมไปถึงมีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์สร้างโอกาสเพิ่มผลผลิต พัฒนาขีดความสามารถของการเกษตรให้ดียิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ยังมีอีก 2 รางวัลพิเศษ ที่ได้ใจนักลงทุน และสื่อมวลชน ได้แก่
    รางวัล investor award จากโครงการ LongArnDu (ลองอ่านดู) เครื่องอ่านหนังสือสําหรับผู้พิการทางกายภาพ

    รางวัล media award จากโครงการ Maker Playground แพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักประดิษฐ์ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้อุปกรณ์สมองกลฝังตัวของตนเองได้ และทุกทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ยังจะได้รับเงินทุนพัฒนาผลงาน

    Young Technopreneur 2018 กลุ่มสามารถ และ สวทช. เผยหัวในการประกวด “การนำเทคโนโลยีมาช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชน” Startup ทั้งรุ่นผู้ประกอบการ และนักศึกษาเตรียมตัวให้พร้อมติดตามราบละเอียดได้ที่ www.samartsia.com และ www.facebook.com/SamartInnovationAwards

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.it24hrs.com

  • แอปนาฬิกาปลุก BNK48 Sweet Call ถูกแฮกเกอร์บุก ข้อมูลบางส่วนเสียหาย

    Read More

    เมื่อวานนี้ทางเพจ BNK48 รายงานถึงสาเหตุที่ผู้ใช้บางส่วนไม่สามารถใช้งานแอป BNK48 Sweet Call ได้ ว่าเกิดจากแฮกเกอร์บุกรุกระบบและทำลายข้อมูล ไม่มีข้อมูลว่ามีข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้หลุดไปหรือไม่ จากการเจาะระบบครั้งนี้ แต่หลังจากแก้ไขระบบจนกลับมาใช้งานได้ จะมีบัญชีบางส่วนที่กลับมาล็อกอินได้อีกครั้ง ขณะที่บัญชีบางส่วนล็อกอินไม่ได้และต้องสร้างบัญชีขึ้นใหม่

    ที่มา - Facebook: BNK48 1 , 2
    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.blognone.com

  • Microsoft ปล่อยซอฟต์แวร์ โอนข้อมูลจาก MacOS ไปอุปกรณ์ระบบ Windows 10 ได้อย่างสมบูรณ์

    Read More

    นับว่าเป็นหนึ่งในปัญหาที่น่าหงุดหงิด สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลระหว่าง อุปกรณ์ Mac ไปยังอุปกรณ์บนระบบ Windows แต่ดูเหมือนว่าล่าสุด Microsoft ออกมาแก้ปัญหานั้นเรียบร้อยแล้วด้วย Mac to Surface Assistant

    Microsoft ปล่อยซอฟต์แวร์ โอนข้อมูลจาก MacOS ไปอุปกรณ์ระบบ Windows 10 ได้อย่างสมบูรณ์
    แม้ว่าทาง Microsoft จะยังไม่ประกาศเปิดตัวเครื่องมือใหม่ Mac to Surface Assistant อย่างเป็นทางการ แต่มีสาวก หรือ กลุ่มคนที่ให้ความสนใจ เว็บไซต์ Microsoft และ เว็บไซต์ Windows บังเอิญเข้าไปพบกับ เครื่องมือใหม่ Mac to Surface Assistant ที่ช่วยให้คุณสามารถถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ อาทิ ไฟล์เอกสาร, ไฟล์รูปภาพ, ไฟล์มัลติมีเดีย และอื่นๆ อีกมากมาย ไปยังอุปกรณ์บนระบบ Windows ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    แต่ในตอนนี้ สำหรับเครื่อง Mac to Surface Assistant ยังรองรับการถ่ายโอนจาก MacOS (ทุกเวอร์ชั่น) ไปยังระบบปฏิบัติการ Windows 10 เท่านั้น 

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก :thaiware

  • ไม่มีใครแก่เกินเรียน... Mark Zuckerberg กลับไปเรียนต่อให้จบ หลังจากดรอปการเรียนมา 12 ปี

    Read More

    ในปี 2005 นาย Mark Zuckerberg ตัดสินใจดรอปการเรียนในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัย Harvard เพื่อมาทำงานในตำแหน่ง CEO ของบริษัทที่มีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14 ล้านล้านบาท) เขามีความมุ่งมั่นในการปลุกปั้นบริการโซเชียลเน็ตเวิร์คน้องใหม่ จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน และในเวลานี้ หลังจากที่เขาดรอปการเรียนมาเป็นเวลาร่วม 12 ปี CEO ของ Facebook ได้ส่งข้อความไปยังมหาวิทยาลัย Harvard ว่าเข้าต้องการกลับเข้าคลาสเรียนอีกครั้งในปี 2017 และคราวนี้เขาจะต้องเรียนจบให้ได้

    ซึ่งข่าวการกลับมาเรียนอีกครั้งของ Mark Zuckerberg ได้ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย Harvard โดยคุณ Drew Faust ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของ Harvard ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ว่า "บทบาทความเป็นผู้นำของ Mark Zuckerberg ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในฐานะที่ทำให้โซเชียลเน็ตเวิร์คได้รับความนิยม และเติบโตมาจนถึงปัจจุบันนี้ และ Facebook เป็นนวัตกรรมที่สำคัญของโลกยุคใหม่ มันส่งผลกระทบต่อการที่ผู้คนทั้งโลก มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกัน และถ้าพูดถึงในเรื่องของการที่ใครสักคน สามารถนำเทคโนโลยี มาเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ก็ยากที่จะหาใครมาเทียบเคียงกับเขาได้ นอกจากการเป็นผู้ก่อตั้ง Facebook แล้ว Mark Zuckerberg ยังให้ความสำคัญกับงานทางด้านอื่นๆ ที่ผลักดันวิทยาการของโลกให้ก้าวหน้าไป รวมถึงส่งเสริมการศึกษา และยังแสดงออกถึงความเป็นผู้ใจบุญเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นอีกด้วย"

    Mark Zuckerberg ไม่ใช่คนดังรายแรกใน Silicon Valley ที่ดรอปการเรียนเพื่อออกแสวงหาความสำเร็จในโลกธุรกิจ โดยผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Apple อย่าง Steve Jobs ก็เคยดรอปการเรียนจากวิทยาลัย Reed เพื่อมาเริ่มต้นบริษัทของเขาร่วมกับ Steve Wozniak ในปี 1979 และ Bill Gates ก็เคยดรอปการเรียนจาก Harvard หลังจากที่เข้าศึกษาได้เพียง 2 ปี เพื่อมาร่วมกันก่อตั้งบริษัท Microsoft ร่วมกับ Paul Allen

    สำหรับน้องๆ นักเรียนนักศึกษา ถ้าไม่ได้มีความมุ่งมั่นในการดรอปเรียน เพื่อออกมาสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ก็ควรจะตั้งใจเล่าเรียนเพียรศึกษาให้จบตามหลักสูตร แล้วนำองค์ความรู้มาสร้างสรรค์สิ่งดีๆ 


    ขอขอบคุณข้อมูลจาก :thaiware.com

  • Steve jobs คําคม ข้อคิดในการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จ

    Read More

    คําคม ข้อคิด Steve jobs


    1. “Stay Hungry, Stay Foolish” หรือ

    จงกระหาย และ ทำตัวโง่ให้ตลอดเวลา
    เพราะถ้าเมื่อไหร่เราอิ่ม และ เรารู้สึกว่าตัวเองฉลาด เราจะไม่มีทางพัฒนา
     
    2.“Innovation distinguishes between a leader and a follower.”

    นวัตกรรมแยกผู้นำกับผู้ตามออกจากกัน


    3.“If Apple becomes a place where computers are a commodity item, where the romance is gone, and where people forget that computers are the most incredible invention that man has ever invented, I’ll feel I have lost Apple. But if I’m a million miles away, and all those people still feel those things … then I will feel that my genes are still there.”

    ถ้า Apple เป็นที่ที่คอมพิวเตอร์กลายเป็นสิ่งที่ธรรมดา ความน่าตื่นตาหายไป และคนลืมไปว่า คอมพิวเตอร์ คือ สิ่งประดิษฐ์ที่มหัศจรรย์ที่สุดที่มนุษย์เคยรังสรรค์ขึ้นมา ผมคงรู้สึกว่าผมสูญเสีย Apple ไป แต่ถ้าผมอยู่ห่างออกไปแสนไกลแล้ว แต่คนยังรู้สึกแบบแบบนั้น (Apple ยังตื่นตาและรู้ว่าคอมพิวเตอร์คือสิ่งที่ดีที่สุด) ผมคงรู้สึกว่าพันธุกรรมของผมยังคงอยู่ที่นั่น


    4.“Sometimes when you innovate, you make mistakes. It is best to admit them quickly, and get on with improving your other innovations.”

    ในบางครั้งเมื่อคุณสร้างนวัตกรรม คุณก็สร้างสิ่งที่ผิดพลาด สิ่งที่ดีที่สุดคือ คุณยอมรับความผิดพลาดนั้นอย่างรวดเร็ว และพัฒนามันในนวัตกรรมอื่นๆของคุณ


    5.“Be a yardstick of quality. Some people aren’t used to an environment where excellence is expected.”

    จงเป็นมาตราฐานของคุณภาพ เพราะคนบางคนไม่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ความสุดยอดเป็นที่ต้องการ


    6.“My job is to not be easy on people. My job is to make them better.”

    หน้าที่ของผมไม่ใช่การทำตัวดีกับผู้คน หน้าที่ของผมคือช่วยให้พวกเขาดีขึ้น



    7.“When you’re a carpenter making a beautiful chest of drawers, you’re not going to use a piece of plywood on the back, even though it faces the wall and nobody will ever see it. You’ll know it’s there, so you’re going to use a beautiful piece of wood on the back. For you to sleep well at night, the aesthetic, the quality, has to be carried all the way through.”

    เมื่อคุณเป็นช่างไม้ที่สร้างตู้ลิ้นชักที่สวยงาม คุณคงจะไม่ใช้แค่ไม้อัดที่ด้านหลัง ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ติดกับกำแพงและไม่มีใครจะเห็นมัน แต่คุณเองที่รู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น ดังนั้นจงใช้ชิ้นไม้ที่สวยในด้านหลังเช่นกัน เพื่อจะทำให้คุณหลับสบายตอนกลางคืน เพราะความสวยงามและคุณภาพจะต้องดำเนินตลอดไป



    8.“People think focus means saying yes to the thing you’ve got to focus on. But that’s not what it means at all. It means saying no to the hundred other good ideas that there are. You have to pick carefully.”

    คนส่วนใหญ่คิดว่าความตั้งใจหมายถึงการพูดว่า ใช่ ในสิ่งที่คุณสนใจ แต่มันไม่ใช่เลย มันหมายถึงการปฏิเสธไอเดียดีๆอื่นอีกหลายร้อยแบบที่มี คุณจะต้องเลือกทำอย่างระมัดระวัง



    9.“My position coming back to Apple was that our industry was in a coma. It reminded me of Detroit in the ’70s, when American cars were boats on wheels.”

    ตำแหน่งของผมตอนกลับมาที่ Apple คือตอนที่อุตสาหรกรรมคอมพิวเตอร์กำลังอยู่ในช่วงโคม่า ซึ่งนั่นทำให้ผมนึกถึง อุตสาหกรรมรถยนต์ปี ช่วงปี 1970 ที่รถอเมริกัน คือ เรือติดล้อ



    10.“Design is a funny word. Some people think design means how it looks. But of course, if you dig deeper, it’s really how it works. The design of the Mac wasn’t what it looked like, although that was part of it. Primarily, it was how it worked. To design something really well, you have to get it. You have to really grok what it’s all about.”

    การออกแบบ คือคำที่ตลกนะ คนบางคนคิดว่าการออกแบบหมายถึงว่า ภาพลักษณ์ที่เห็นด้วยตา แต่จริงๆแล้ว ถ้าคุณดูให้ลึกลงไป จริงๆ แล้วมันคือว่า มันทำงานอย่างไรมากกว่า การออกแบบ Mac จึงไม่ใช่เฉพาะสิ่งที่ตาเห็น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่มันสำคัญตรงที่มันทำงานอย่างไร การออกแบบบางอย่างให้ดี คุณต้องเข้าใจมันก่อน คุณต้องเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งว่ามันคืออะไร


    11.“Simple can be harder than complex: You have to work hard to get your thinking clean to make it simple. But it’s worth it in the end because once you get there, you can move mountains.”

    ความง่ายจริงๆ แล้วยากกว่าความซับซ้อน เพราะคุณจะต้องทำงานหนักเพื่อให้คุณคิดว่าจะทำอย่างไรให้มันง่าย แต่สุดท้ายมันสุดแสนคุ้มค่าที่จะทำ เพราะคุณจะสามารถเคลื่อนภูเขาได้ง่ายดาย


    12.“Being the richest man in the cemetery doesn’t matter to me. Going to bed at night saying we’ve done something wonderful, that’s what matters to me.”

    การเป็นชายที่รวยที่สุดในสุสาน มันไม่ได้สำคัญอะไรกับผมเลย การได้พูดกับตัวเองก่อนนอนว่า เราได้ทำบางสิ่งที่สุดยอด นั่นต่างหากที่สำคัญสำหรับผม


    13.“Innovation has nothing to do with how many R&D dollars you have. When Apple came up with the Mac, IBM was spending at least 100 times more on R&D. It’s not about money. It’s about the people you have, how you’re led, and how much you get it.”

    นวัตกรรม ไม่ได้มีความเกี่ยวอะไรกับจำนวนเงินที่คุณลงทุนในการวิจัยและพัฒนาแม้แต่น้อย เพราะตอน Apple เปิดตัว Mac, IBM ใช้เงินมากกว่า 100 เท่าในการวิจัยและพัฒนา มันไม่เกี่ยวกับเงิน มันเกี่ยวกับคนที่คุณมี คุณนำทางพวกเขาอย่างไร และ คุณเข้าใจมันมากแค่ไหน


    14.“Innovation … comes from saying no to 1,000 things to make sure we don’t get on the wrong track or try to do too much. We’re always thinking about new markets we could enter, but it’s only by saying no that you can concentrate on the things that are really important.”

    นวัตกรรมมาจากการปฏิเสธให้กับ 1,000 อย่าง ที่ทำให้เราจะมั่นใจว่าเราไม่ไปในทางที่ผิดหรือลองทำมันมากจนเกินไป เรามักจะคิดเกี่ยวกับตลาดใหม่ที่เราจะเข้าไป แต่ถ้าเราแค่ปฎิเสธบางสิ่งที่ทำให้คุณสามารถตั้งใจกับสิ่งที่สำคัญก็พอแล้ว


    15.“Your work is going to fill a large part of your life, and the only way to be truly satisfied is to do what you believe is great work. And the only way to do great work is to love what you do. If you haven’t found it yet, keep looking. Don’t settle. As with all matters of the heart, you’ll know when you find it. And, like any great relationship, it just gets better and better as the years roll on. So keep looking until you find it. Don’t settle.”

    งานของคุณคือการเติมเต็มในสิ่งที่สำคัญในชีวิตคุณ และทางเดียวที่จะพอใจได้คือการทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันคือสิ่งที่ดี และทางเดียวที่จะทำงานที่ดีได้คือรักในสิ่งที่คุณทำ ถ้าคุณหามันไม่เจอ ก็หามันต่อไป อย่าหยุด ทุกสิ่งที่สำคัญมันอยู่ในใจคุณ คุณจะรู้เองเมื่อใจมัน และ เหมือนกับเรื่องความสัมพันธ์ คุณจะทำมันดีขึ้นในทุกๆปี จงมองหามันจนกว่าจะเจอ อย่าหยุด



    16.“When I was 17, I read a quote that went something like: ‘If you live each day as if it was your last, someday you’ll most certainly be right.’ It made an impression on me, and since then, for the past 33 years, I have looked in the mirror every morning and asked myself: ‘If today were the last day of my life, would I want to do what I am about to do today?’ And whenever the answer has been ‘No’ for too many days in a row, I know I need to change something.”

    ตอนผมอายุ 17 ผมอ่านคำคมที่เกี่ยวกับว่า จงใช้ชีวิตในทุกวันให้เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วซักวันหนึ่งคุณจะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง นั่นทำให้ผมประทับใจและจดจำ ตั้งแต่วันนั้นผ่านมา 33 ปี ผมดูตัวเองในกระจกทุกเช้าแล้วถามตัวเอง ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของผม ผมอยากจะทำอะไรในวันนี้ที่ต้องทำหรือไม่ และ ถ้าในกระจกตอบว่าไม่หลายวันติดกัน ผมก็รุ้แล้วว่าผมต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง



    17.“Your time is limited, so don’t waste it living someone else’s life. Don’t be trapped by dogma — which is living with the results of other people’s thinking. Don’t let the noise of others’ opinions drown out your own inner voice. And most important, have the courage to follow your heart and intuition. They somehow already know what you truly want to become. Everything else is secondary.”

    เวลาของคุณมีจำกัด อย่าเสียเวลาไปอยู่ในชีวิตของคนอื่น อย่าไปอยู่ในกฎ เพราะนั่นหมายถึงการใช้ชีวิตในผลลัพธ์ที่ผู้อื่นคิด อย่าให้เสียงของคนอื่นมาเอาชนะเสียงภายในตัวคุณ และสิ่งที่สำคัญที่สุด จงมีความกล้าพอที่จะตามสัญชาติญาณและใจของคุณ เพราะมันรู้อยู่แล้วว่าคุณจริงๆแล้วต้องการจะเป็นอะไร สิ่งอื่นๆคือสิ่งที่รองลงไป



    18.“I get asked a lot why Apple’s customers are so loyal. It’s not because they belong to the Church of Mac! That’s ridiculous. It’s because when you buy our products, and three months later you get stuck on something, you quickly figure out [how to get past it]. And you think, ‘Wow, someone over there at Apple actually thought of this!’”

    ผมถูกถามเสมอว่าทำไมลูกค้า Apple ถึงได้จงรักภักดีขนาดนี้ ผมว่ามันไม่ใช่เพราะเค้าเป็นสมาชิกอยู่ในโบสถ์ของ Mac นะนั่นมันไร้สาระ มันเป็นเพราะเขาซื้อสินค้า แล้วสามเดือนหลังจากนั้นเขาเจอปัญหาอะไรบางอย่าง แล้วเขาแก้มันได้อย่างรวดเร็วด้วยตัวเอง แล้วเขาก็รู้สึกว่า ว๊าวบางคนใน Apple คิดถึงเรื่องนี้ด้วย



    19.“Remembering that I’ll be dead soon is the most important tool I’ve ever encountered to help me make the big choices in life. Because almost everything — all external expectations, all pride, all fear of embarrassment or failure — these things just fall away in the face of death, leaving only what is truly important. Remembering that you are going to die is the best way I know to avoid the trap of thinking you have something to lose. You are already naked. There is no reason not to follow your heart.”

    การได้ระลึกเสมอว่าผมจะตายในเร็ววันนี้คือเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่ผมเคยพบเจอซึ่งมันช่วยผมในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต เพราะเกือบทุกอย่าง รวมถึงความคาดหวังจากภายนอก ความภูมิใจ ความกลัวในความน่าอาย หรือ ล้มเหลว พวกนั้นมันหายไปทันทีเมื่อคุณเผชิญหน้ากับความตาย และมันจะหลงเหลือแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดจริงๆ การระลึกได้ว่าคุณกำลังจะตาย จึงเป็นทางที่ดีที่สุดให้ผมรู้ว่าจะหลีกเลี่ยงกับดักทางความคิดที่คุณมีเรื่องคุณมีอะไรจะเสีย จริงๆแล้วคุณกำลังเปลือย มันไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้คุณไม่ทำตามใจของคุณ


    บทความดีๆ ที่ “สตีฟ จอบส์” บรรยายในพิธีรับปริญญา


          การบรรยายของ สตีฟ จอบส์ ผู้สร้าง Macintosh ที่แสดงในวันรับปริญญาของ Stanford University เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2548 ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้แก่บัณฑิตจบใหม่ในวันนั้น แต่ยังรวมไปถึงโลกคอมพิวเตอร์ที่ Silicon Valley และยังคงได้รับการชื่นชมและกล่าวขวัญไปทั่วโลกจนถึงวันนี้
     
         สุนทรพจน์วันนั้นจอบส์เพียงแต่เล่าถึงบทเรียนในชีวิตของเขา 3 บท แต่เป็น 3 บทที่ทำให้เขา ซึ่ง แม้แต่แม่ที่แท้จริงก็ไม่ต้องการ กลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

    บทสรุปการบรรยายในพิธีรับปริญญาที่ Stanford University ของ สตีฟ จ๊อบส์  

     
          "ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาคุยกับน้องๆทั้งหลายในวันจบการศึกษาจากหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ผมเองไม่เคยเรียนจบปริญญา ตรงนี้เป็นก้าวที่ใกล้ที่สุดแล้วของผม วันนี้ผมอยากเล่าเรื่องจากชีวิตจริง   ของผมให้น้องๆ ฟัง 3 เรื่อง ไม่มีอะไรมากครับ แค่ 3 เรื่องเท่านั้น"  
     สตีฟ จอบส์ กล่าวในพิธีรับปริญญา

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก :www.dmc.tv

  • ทิม เบอร์เนิร์ส-ลี

    Read More

    เซอร์ทิโมที จอห์น เบอร์เนิร์ส-ลี (Sir Timothy John Berners-Lee, OM, KBE, FRS, FREng, FRSA) (8 มิถุนายน พ.ศ. 2498) ผู้คิดค้นและประดิษฐ์ เวิลด์ไวด์เว็บ ผู้อำนวยการWorld Wide Web Consortium (ทำหน้าที่ดูแลการพัฒนาต่อเนื่องใหม่ ๆ เกี่ยวกับเว็บ) นักวิจัยอาวุโสและผู้นั่งในตำแหน่ง ทรีคอมฟาวน์เดอร์สแชร์ (3Com Founders Chair) ที่หอทดลองวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์แห่งเอ็มไอที (CSAIL)

    เบื้องหลังและงานอาชีพช่วงแรก
    เซอร์ทิม เบอร์เนิร์ส-ลีเกิดในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรนายคอนเวย์ เบอร์เนิร์ส-ลี และนางแมรี ลี วูดส์ ทั้งบิดาและมารดาเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในทีมสร้างคอมพิวเตอร์ยุคแรก คือ "แมนเชสเตอร์ มาร์ก 1" ด้วยกัน ทั้งสองได้สอนให้เบอร์เนิร์ส-ลีใช้คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวันไปทุกเรื่อง แม้แต่บนโต๊ะอาหาร เบอร์เนิร์ส-ลีเข้าโรงเรียนชั้นประถมที่โรงเรียน "ชีนเมาท์" (ซึ่งต่อมาได้อุทิศห้องโถงใหม่ห้องหนึ่งเป็นเกียรติแก่เขา) ก่อนที่จะย้ายไปเรียนต่อระดับโอ. และระดับเอ. ที่โรงเรียนเอ็มมานูเอล ที่วานสเวิร์ท

    เบอร์เนิร์ส-ลีเป็นศิษย์เก่าของควีนส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดซึ่งเบอร์เนิร์ส-ลีเป็นตัวแทนแข่งขันเกมส์ "ทิดดลีวิงค์" ประเพณี (เกมแข่งช้อนดีดอีแปะลงถ้วย) กับคู่ปรับเก่าแก่คือมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ด้วย ขณะที่เรียนที่ควีนส์คอลเลจ เบอร์เนิร์ส-ลีได้สร้างคอมพิวเตอร์ด้วยหัวแร้งไฟฟ้า ประกอบทีทีแอล (ทรานซิสเตอร์ชนิดหนึ่ง) ลอจิกเกท และหน่วยประมวลผล เอ็ม 6800 กับโทรทัศน์เก่าเครื่องหนึ่ง และช่วงหนึ่งในระหว่างการศึกษา เบอร์เนิร์ส-ลีถูกจับได้ร่วมกับเพื่อนฐานทำการ "แฮ็ก" คอมพิวเตอร์และถูกห้ามมิให้ใช้คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย เบอร์เนิร์ส-ลีจบการศึกษาปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์เมื่อ พ.ศ. 2518
    ขณะที่เป็นลูกจ้างอิสระอยู่ที่ "เซิร์น" ระหว่างเดือนมิถุนายน - ธันวาคม พ.ศ. 2523 เบอร์เนิร์ส-ลีได้เสนอโครงการหนึ่งที่ใช้แนวคิด "ข้อความหลายมิติ" หรือ hypertext มาใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนและปรับสมัยข้อมูลระหว่างนักวิจัยด้วยกัน ขณะที่เบอร์เนิร์ส-ลีทำงานอยู่ที่นี่เขาได้สร้างระบบต้นแบบไว้แล้วเรียกชื่อว่า ENQUIRE หลังจากออกจากเซิร์นเมื่อ พ.ศ. 2523 เบอร์เนิร์ส-ลีไปร่วมงานกับบริษัท "อิมเมจคอมพิวเตอร์ซิสเต็ม" ของจอห์น พุล เบอร์เนิร์ส-ลีได้กลับมาทำงานที่เซิร์นอีกครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2527 ในตำแหน่งสิกขบัณฑิต (Fellow) เมื่อถึง พ.ศ. 2532 เซิร์นได้กลายเป็นศุนย์อินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเบอร์เนิร์ส-ลีได้เล็งเห็นโอกาสในการใช้ "ข้อความหลายมิติ" ผนวกเข้ากับอินเทอร์เน็ต เบอร์เนิร์ส-ลีเขียนไว้ในข้อเสนอโครงการของเขาว่า "...ผมเพียงเอาความคิดเรื่องข้อความหลายมิตินี้เขื่อมต่อเข้ากับความคิด "ทีซีพี" และ "DNS" และเท่านั้นก็จะได้ "เวิลด์ไวด์เว็บ.." เบอร์เนิร์ส-ลีร่างข้อเสนอของเขาเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2532 และในปี พ.ศ. 2533 ด้วยความช่วยเหลือของโรเบิร์ต ไคลิยู ช่วยปรับร่างโครงการให้ ไมค์ เซนดอลล์ผู้จัดการของเบอร์เนิร์ส-ลีจึงรับข้อเสนอของเขา ในข้อเสนอนี้ เบอร์เนิร์ส-ลีได้ใช้ความคิดเดียวกับระบบเอ็นไควร์มาใช้สร้างเวิลด์ไวด์เว็บ ซึ่งเขาได้ออกแบบและสร้างเว็บเบราว์เซอร์และเอดิเตอร์ตัวแรกของโลกชื่อว่า WorldWideWeb บนระบบปฏิบัติการ NEXTSTEP ของสตีฟ จอบส์ และสร้างเว็บเซิร์ฟเวอร์ขึ้น เรียกว่า httpd (ย่อมาจาก HyperText Transfer Protocal Deamon)

    เว็บไซต์แรกสุดสร้างขึ้นที่เซิร์น นำขึ้นออนไลน์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2534 ให้คำอธิบายว่าเวิลด์ไวด์เว็บคืออะไร การที่จะเป็นเจ้าของเบราว์เซอร์ทำได้อย่างไรและจะติดตั้งเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างไร นอกจากนี้ยังนับเป็นเว็บไดเร็กทอรีอันแรกของโลกด้วยเนื่องจากเบอร์เนิร์ส-ลีดูแลรายชื่อของเว็บไซต์อื่น ๆ ทั้งหมด นอกจากของตนเองด้วย

    ในปี พ.ศ. 2537 เบอร์เนิร์ส-ลีได้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทเวิลด์ไวด์เว็บ (W3C) ขึ้นที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มไอที ประกอบด้วยบริษัทหลายบริษัทที่ยินยอมพร้อมใจมาร่วมสร้างมาตรฐานและข้อเสนอแนะสำหรับใช้เป็นหลักในการปรับปรุงคุณภาพของเว็บ ในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2547 เบอร์เนิร์ส-ลียอมรับตำแหน่งประธานสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่คณะอีเล็กทรอนิกส์และวิยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเซาท์แธมตัน สหราชอาณาจักรเพื่อดำเนินโครงการใหม่ นั่นคือ "ซีแมนติกเว็บ" (Semantic Web)

    เบอร์เนิร์ส-ลีเปิดเผยให้ความคิดแก่ทุกคนและทุกองค์กรโดยไม่คิดมูลค่า เขาไม่เคยจดทะเบียนลิขสิทธิ์การค้นคิดของเขาเลย รวมทั้งไม่เรียกค่าตอบแทนหรือรางวัลอื่นใดจากใคร นอกจากเงินเดือนปกติ ดังนั้น กลุ่มบริษัทเวิลด์ไวด์เว็บจึงตัดสินใจไม่คิดมูลค่าใด ๆ จากการนำมาตรฐานของกลุ่มบริษัทไปใช้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายยอมรับมาตรฐานเดียวกันได้บนพื้นฐานทางเทคโนโลยี ไม่ใช่พื้นฐานค่าสิขสิทธิ์ถูกหรือแพง

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก :wikipedia.org

  • เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน

    Read More

    เอ็ดเวิร์ด โจเซฟ สโนว์เดน  (Edward Joseph Snowden) เป็นอดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองชาวอเมริกัน ผู้ปล่อยข่าวรายละเอียดของโครงการการสอดส่องดูแลมวลชนลับสุดยอดของรัฐบาลสหรัฐและอังกฤษหลายโครงการแก่สื่อ สโนว์เดนเป็นอดีตผู้รับจ้างเทคนิคของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ของสหรัฐ และอดีตลูกจ้างของหน่วยสืบราชการลับกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีไอเอ)

    สโนว์เดนปล่อยสารสนเทศดังกล่าวแก่หนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดียน ของอังกฤษเป็นหลัก ในฤดูใบไม้ผลิปี 2556 ขณะรับจ้างเป็น "นักวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐาน" ของผู้รับจ้างเอ็นเอสเอ เดอะการ์เดียนตีพิมพ์ชุดการเปิดโปงในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ปีเดียวกัน และเปิดเผยโครงการต่าง ๆ เช่น การดักเมทาดาทา (metadata) โทรศัพท์ของสหรัฐและยุโรป และโครงการสอดส่องดูแลอินเทอร์เน็ต อย่าง ปริซึม ฯลฯ กล่าวกันว่าการเปิดเผยความจริงของสโนว์เดนจัดเป็นการฝ่าฝืนความมั่นคงของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ

    สโนว์เดนสามารถหลบหนีออกจากฮาวายได้ก่อนที่จะถูกทางการสหรัฐจับกุม เขาบินไปยังฮ่องกงคนเดียว เมื่อ 20 พฤษภาคม 2556 สโนว์เดนมีแผนจะเดินทางต่อไปยังเอกวาดอร์ ที่พร้อมให้สิทธิ์ลี้ภัยแก่เขา ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐยื่นคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนแก่ฮ่องกง ต่อมาการข่าวพบว่าเขาได้เดินทางไปรัสเซียแล้วเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2556 ข่าวนี้สร้างความไม่พอใจให้รัฐบาลสหรัฐมากที่ฮ่องกงเพิกเฉยต่อคำขอของสหรัฐ และปล่อยสโนว์เดนเดินทางไปยังรัสเซีย ในวันเดียวกันที่สโนว์เดนไปถึงรัสเซีย พบว่าก่อนเที่ยวบินของสโนว์เดนจะออกจากฮ่องกง สหรัฐได้ยกเลิกหนังสือเดินทางของเขา

    ในระหว่างนี้ สโนว์เดนต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่รอเปลี่ยนเครื่อง ของสนามบินเชเรเมเตียโวในมอสโก ด้วยหนังสือเดินทางถูกระงับ และการเดินทางไปยังประเทศอื่นก็ยากลำบาก เนื่องจากสหรัฐกดดันหลายประเทศห้ามสโนว์เดนบินผ่านน่านฟ้า ขณะที่หลายประเทศที่ไม่ลงรอยกับสหรัฐกำลังพิจารณาในการให้สิทธิลี้ภัยทางการเมืองแก่สโนว์เดน และในวันที่ 1 กรกฎาคมเขามีถ้อยความว่า

    "แม้ว่าผมจะยังไม่ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิด (รัฐบาลสหรัฐ)เพิกถอนหนังสือเดินทางเพียงฉบับเดียวของผมและปล่อยผมให้เป็นคนไร้รัฐ ถึงไม่มีคำสั่งศาล ฝ่ายบริหารก็พยายามหยุดยั้งผมจากการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานที่ถูกต้อง สิทธิที่เป็นของทุกคน สิทธิที่จะแสวงหาที่ลี้ภัย"


    รถของสถานทูตเอกวาดอร์ประจำมอสโก ถูกจัดเตรียมไว้รอรับสโนว์เดนหน้าสนามบิน วันที่ 23 มิถุนายน 2556
    ต่อมาในปลายเดือนกรกฎาคม รัฐบาลรัสเซียได้ให้สิทธิการลี้ภัยทางการเมืองแก่สโนว์เดนเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยในระหว่างการลี้ภัยนี้ สโนว์เดนได้เปิดเผยข้อมูลออกมาเป็นระยะ ๆ ซึ่งแต่ละข้อมูลกระทบต่อความสัมพันธ์ของสหรัฐกับชาติอื่น ๆ รวมไปถึงภาพลักษณ์ของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ทางการสหรัฐต้องการตัวมากที่สุดในห้วงเวลานี้


    ขอขอบคุณข้อมูลจาก :wikipedia.org

  • ไลนัส ทอร์วัลด์ส

    Read More

    เมื่อปี 1991 ไลนัส ทอร์วัลด์ส ซึ่งขณะนั้นอายุ 21 ปี ได้เข้าเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ หลังจากที่เพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมาใช้งาน เขาก็ไม่ชอบระบบปฏิบัติการ (OS: operating system) ที่มีมากับเครื่องซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการ MS-DOS (disk operating system ของบริษัทไมโครซอฟต์) เขาเองชอบระบบปฏิบัติการยูนิกซ์มากกว่าซึ่งเขาเคยใช้ในคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย เขาตัดสินใจสร้างระบบปฏิบัติการขึ้นมาเองซึ่งคล้ายยูนิกซ์ แต่สามารถทำงานได้บนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เขาใช้เวลาหลายเดือนในการสร้างระบบปฏิบัติการนี้ขึ้นมา และตั้งชื่อว่าลีนุกซ์ (Linux) เขาได้เผยแพร่รหัสโปรแกรมของระบบปฏิบัติการนี้ให้นักเขียนโปรแกรมอื่น ๆ ได้ศึกษาและพัฒนาต่อ และ 8 ปีหลังจากนั้นเขาก็เป็นที่ชื่นชมจนได้รับยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ เนื่องจากระบบปฏิบัติการลีนุกซ์นี้ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟต์ต้องขยาดได้ ผู้ใช้หันมาใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์แทนวินโดวส์มากขึ้นอย่างรวดเร็ว

    ทอร์วัลด์ส เกิดเมื่อปี 1970 และเติบโตที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เขาเริ่มเขียนโปรแกรมเล่นตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณปู่ ยี่ห้อ Commodore VIC-20 พอเขาเรียนระดับอุดมศึกษาเขาก็เห็นว่าเขามีความสามารถพอที่จะสร้างระบบปฏิบัติการขึ้นมาใช้สำหรับคอมพิวเตอร์ของเขาเองได้ และเขาก็ทำได้สำเร็จ เมื่อเขาพัฒนาลีนุกซ์เกือบสมบูรณ์เขาก็ได้แจ้งข่าวดีนี้ให้กับคนอื่น ๆ ที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลใช้งานให้ทราบผ่านข้อความบนอินเตอร์เน็ต พร้อมทั้งให้ดาวโหลดหรือคัดลอกไปใช้ได้ฟรี นอกจากนี้เขายังแสดงรหัสโปรแกรมที่เขาเขียนขึ้นให้ศึกษาด้วย นั่นหมายความว่า ทุกคนสามารถช่วยทอร์วัลด์สพัฒนาและ ปรับปรุงโปรแกรมให้ดีขึ้น ในปี 1999 มีคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์กว่า 7 ล้านเครื่อง ซึ่งมีเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้บริษัทต่าง ๆ ที่ผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ต่าง ให้การสนับสนุนโดยพัฒนาสินค้าของตนให้ทำงานบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ได้ด้วย


    ขอขอบคุณข้อมูลจาก :kapook.com

ค้นหา

ล่าสุด

About

(Team Developer) ORNEXDEV

facebook fanpage