Hardware

  • วิวัฒนาการของ iPod อุปกรณ์ฟังเพลงของแอปเปิลจากอดีตสู่ปัจจุบัน

    Read More

     วิวัฒนาการของ iPod อุปกรณ์ฟังเพลงของแอปเปิลที่มีอายุมากกว่า iPhone มาดูความเปลี่ยนแปลงของ iPod จากอดีตสู่ปัจจุบันกัน
     หลังจากที่ได้นำเสนอวิวัฒนาการของ iPhone จากอดีตสู่อนาคตเนื่องในโอกาส iPhone มีอายุครบ 7 ปีให้ได้อ่านกันไปแล้ว วันนี้เราจะมาดูวิวัฒนาการของ iPod ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับเน้นฟังเพลงของแอปเปิลที่มีอายุมากกว่า iPhone กันบ้าง โดยจะแยกรุ่นเฉพาะรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์มาให้ได้ชมกัน ซึ่งมีแบ่งออกเป็นหลายซีรีส์ ทั้ง iPod, iPod Mini, iPod Nano, iPod Shuffle, iPod Classic และ iPod Touch เรียงลำดับตั้งแต่ iPod รุ่นแรกไปจนถึง iPod Touch รุ่นล่าสุดให้ได้ชมกันจุใจเลยทีเดียว
    iPod 1st Generation (2001)
    วิวัฒนาการของ iPod
     iPod รุ่นแรกที่เปิดตัวด้วยราคา $399 มาพร้อมความจุ 5GB มีพอร์ต FireWire สำหรับ Sync ข้อมูล และปุ่ม Scroll Wheel แบบหมุน โดยมีรุ่น 2nd Generation ตามออกมา ซึ่งมีดีไซน์เหมือนกัน แต่เปลี่ยน Scroll Wheel เป็นแบบสัมผัส และรองรับ Windows
    iPod 3rd Generation (2003)
    วิวัฒนาการของ iPod
     เปลี่ยนดีไซน์ใหม่ มีปุ่มควบคุมแบบสัมผัส 4 ปุ่มเรียงกันเหนือ Scroll Wheel มีพอร์ต 30-pin ซึ่งเป็นพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ของแอปเปิลก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้พอร์ต Lightning ในปัจจุบัน
    iPod Mini (2004)
    วิวัฒนาการของ iPod
    iPod รุ่นไซส์เล็ก เบาบางกว่าเดิม พร้อมความจุที่น้อยกว่าเดิม (4/6GB) มีให้เลือกหลากหลายสีสัน และเป็นรุ่นแรกที่ใช้ปุ่มควบคุมแบบ Click Wheel และยังคงใช้มาทุกรุ่นจนถึงปัจจุบัน
    iPod 4th Generation (2004)
    วิวัฒนาการของ iPod

     iPod รุ่นที่มีดีไซน์ติดตาคนทั่วโลกมากที่สุด ซึ่งคนส่วนใหญ่เมื่อพูดถึง iPod ก็มักจะนึกภาพ iPod รุ่นนี้ขึ้นมาในหัว ประกอบไปด้วยตัวเครื่องพลาสติกสีขาวและ Click Wheel สีเทา มีให้เลือกสีดำและสีขาว หลังจากนั้นก็ออกรุ่น iPod Photo ตามมาซึ่งใช้หน้าจอสี
    iPod U2 Edition (2004)
    วิวัฒนาการของ iPod
    U2 Edition เป็นรุ่นพิเศษของ iPod 4th Generation ซึ่งหลังจากนั้นก็มีรุ่น 5th Generation ตามออกมาด้วยสีดำ-แดง สลักลายเซ็นของวง US เอาไว้ด้านหลัง
    iPod Shuffle 1st Generation (2005)
    วิวัฒนาการของ iPod
      รุ่นแรกที่ใช้ Flash Memory มีดีไซน์คล้าย Flashdrive ไม่มีหน้าจอ เป็น iPod แบบราคาประหยัดที่มีราคาถูกกว่ารุ่นอื่น ๆ
    iPod Nano 1st Generation (2005)
    วิวัฒนาการของ iPod
      iPod รุ่นบางที่มีความหนาเพียง 0.3 นิ้วเท่านั้น มีเฉพาะสีดำและสีขาว แต่หลังจากนั้นก็ออกรุ่น 2nd Generation ที่มีหลากหลายสีให้เลือกเหมือนกับ iPod Mini
    iPod 5th Generation (2005)
    วิวัฒนาการของ iPod
     ตัวเครื่องและหน้าจอใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้า เพิ่มความสามารถในการดูวิดีโอ มีทั้งสีดำและสีขาว
    iPod Touch 1st Generation (2007)
    วิวัฒนาการของ iPod
      เป็น iPod รุ่นดีไซน์ดั้งเดิมรุ่นสุดท้าย ตัวเครื่องเปลี่ยนวัสดุจากพลาสติกเป็นอะลูมิเนียม รุ่นความจุสูงสุดอยู่ที่ 160GB ซึ่งเป็น iPod รุ่นที่มีความจุสูงสุดในขณะนั้น เลิกผลิตเมื่อเดือนกันยายน 2014
    iPod Nano 5th Generation (2009)
    วิวัฒนาการของ iPod
     เป็นการปรับปรุงนำจุดเด่นของรุ่น 3rd และ 4th มารวมกัน มีกล้องวิดีโอและลำโพงในตัว ตัวเครื่องมีให้เลือกหลากหลายสีสัน
    iPod Touch 4th Generation (2010)
    วิวัฒนาการของ iPod
    ก่อนหน้านั้น iPod Touch รุ่น 2nd และ 3rd มีการปรับปรุงดีไซน์ ลำโพง และสเปคเล็กน้อย โดยรุ่น 4th จะมีตัวเครื่องที่บางกว่าเดิม มาพร้อมกล้องหน้าและกล้องหลังสำหรับใช้งาน FaceTime และใช้หน้าจอ Retina
    iPod Shuffle 4th Generation (2010)
    วิวัฒนาการของ iPod
    หลังจากที่ iPod Shuffle รุ่น 3rd ได้ตัดปุ่มออกเพื่อให้ควบคุมผ่านรีโมทหูฟังแทน แต่รุ่น 4th ก็ได้นำปุ่มควบคุมกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับดีไซน์ตัวเครื่องแบบเล็กจิ๋ว พร้อมคลิปสำหรับหนีบเสื้อ
    iPod Nano 7th Generation (2012)
    วิวัฒนาการของ iPod
    ใช้หน้าจอสัมผัสและมีปุ่ม Home เหมือนกับ iPod Touch แต่ไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ทำให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานน้อยกว่า
    iPod Touch 6th Generation (2015)
    วิวัฒนาการของ iPod

     เปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ขอบเครื่องโค้งมนคล้าย iPhone 6 มีหลากหลายสีสัน และใช้ชิป A8 เหมือนกับ iPhone 6 มีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีความจุให้เลือกตั้งแต่ 16/32/64/128GB พร้อมเพิ่มสีใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีเงิน, สีทอง, สีเทาสเปซเกรย์, สีชมพู, สีฟ้า และสีแดง

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : kapook.com

  • Meizu Box กล่องทีวีพลังแอนดรอยด์กับดีไซน์สุดล้ำ

    Read More

     Meizu เปิดตัว Meizu Box กล่องทีวีทรงสามเหลี่ยมโค้งมน ดูล้ำสมัย ระบบปฏิบัติการ Flyme TV บนพื้นฐานจาก Android 6.0

              เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2559 Meizu ได้เปิดตัว Meizu Box กล่องทีวีทรงสามเหลี่ยมแบบโค้งมน ดูล้ำสมัย ใช้ระบบปฏิบัติการ Flyme TV ที่มีพื้นฐานจาก Android 6.0 Marshmallow สามารถรับชมคอนเทนต์ผ่านบริการต่าง ๆ ของจีนได้ และมาพร้อมรีโมท Bluetooth ที่รองรับการสั่งการด้วยเสียง หรือจะใช้แอพฯ บน Android ในการควบคุม Meizu Box ก็ได้เช่นกัน และน่าจะรองรับความละเอียดระดับ 4K อีกด้วย

    Meizu Box

    Meizu Box

    Meizu Box

    สเปคเบื้องต้นของ Meizu Box
              - ซีพียู Quad-Core ARM Cortex-A53
              - จีพียู 5-core Mali 450
              - แรม 1GB
              - ความจุ 8GB eMMC flash
              - ระบบปฏิบัติการ Flyme TV (Android 6.0)
              - ระบบเสียง Dolby Digital
              - รีโมท Bluetooth สั่งการด้วยเสียงได้
              - รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Bluetooth 4.0, Ethernet
              - มีพอร์ต HDMI 2.0a, USB 2.0

    Meizu Box มีสีดำเพียงสีเดียว โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ในราคา 299 หยวนหรือประมาณ 1,500 บาท


    ที่มา : men.kapook.com

  • แอปเปิลเลิกขาย MacBook Air รุ่นจอ 11 นิ้วแล้ว เหลือเฉพาะรุ่นจอ 13 นิ้ว

    Read More

     แอปเปิลเลิกขาย MacBook Air รุ่นหน้าจอ 11 นิ้วแล้ว เหลือเฉพาะรุ่นหน้าจอ 13 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 37,900 บาท พร้อมแรม 8GB


    เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2559 หลังจากแอปเปิลเปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ ที่มาพร้อม Touch Bar และ Touch ID เว็บไซต์ MacRumors รายงานว่าบนหน้าเว็บไซต์ Apple Online Store ในส่วนของ MacBook Air ได้เหลือเพียงแค่รุ่นหน้าจอ 13 นิ้ว อาจเป็นไปได้ว่า แอปเปิลเลิกขาย MacBook Air รุ่นหน้าจอ 11 นิ้วลงแล้ว สำหรับ MacBook Air รุ่นหน้าจอ 13 นิ้ว ใช้ซีพียู Intel Core i5 แบบ Dual-core 1.6GHz (Turbo Boost สูงสุด 2.7GHz), Intel HD Graphics 6000, แรม 8GB และ Flash Storage แบบ PCIe 128GB มีราคาเดิมวางขายอยู่ที่ 37,900 บาท

    สำหรับ MacBook Air รุ่นหน้าจอ 13 นิ้ว พร้อมแรม 8GB วางขายแล้วผ่าน Apple Online Store ประเทศไทยแล้ว สำหรับใครที่สนใจสามารถสั่งซื้อกันได้

    MacBook Air
    MacBook Air
    ข้อมูลจาก kapook และ Apple

  • กันยายนพบกับงานใหญ่ของ Apple

    Read More

    ในเดือนกันยายนพบกับงานใหญ่ของ Apple แสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ของการปรับปรุงแอปเปิ้ลชุดที่ 2 AirPods ไร้สายและแน่นอน iPhone 7 และ 7 Plus โชคดีสำหรับเรา, Apple ไม่ได้ทำกลิ้งออกสินค้า หากข่าวลือเป็นจริงเราคาดหวังที่จะเห็นผู้เล่นตัวจริงของ MacBooks ใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเหตุการณ์แอปเปิ้ลที่สองในวันพฤหัสบดีที่เนื้อเรื่องแฟนซี Toolbar มายากลใหม่กับเซ็นเซอร์ ID แตะที่ด้านบนของแป้นพิมพ์ของ MacBook เราจะทราบว่าเร็ว ๆ นี้!


    october27 special event

    ในวันพฤหัสบดี 27 ตุลาคม เวลา 10:00 น สามารถเข้าร่วมกับเราได้ที่ สำนักงานใหญ่ของแอปเปิ้ลในคูเปอร์ติโน แอปเปิ้ลจะได้รับการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อให้คุณสามารถปรับแต่งในทาง Apple TV, Safari บนอุปกรณ์ของ Mac หรือ iOS ของคุณหรือจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณกับ Microsoft ขอบบน Windows 10

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • WiGig มาตรฐานใหม่ Wi-Fi พร้อมใช้งานบนอุปกรณ์ต่างๆ ในปีหน้า!!

    Read More

    Wi-Fi ในยุคปัจจุบันนี้กลายเป็นช่องทางยอดฮิตแล้วสำหรับคอเน็ตทั้ง ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ซึ่งในไทยอาจได้สัมผัสความเร็วเน็ตจากการให้บริการ Wi-Fi สาธารณะของเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต ระดับหลาย 100 Mbps ในไทย แต่รออีกนิด เพราะปี 2017 อุปกรณ์ไอทีตัวใหม่ๆจะมาพร้อมการรองรับ Wi-Fi มาตรฐานใหม่ WiGig โหลดแรงกว่าเดิมระดับ Gbps เลยทีเดียว




    WiGig (Wireless Gigabit Alliance) ชื่อนี้ไม่ใช่ของใหม่อะไรเพราะมาตั้งแต่ปี 2010 มาแล้ว โดยมาตรฐานดังกล่าวจะทำงานที่ช่วงความถี่ 60GHz โดยสามารถเชื่อมต่อด้วยความเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลสูงสุดถึง 7 กิกะบิตต่อวินาทีเร็วกว่า wifi ปกติ 50 เท่า และถูกออกแบบมา ให้ประหยัดพลังงานด้วย

    wigig-wifi-hi-speed-802-11-ad

    ทั้งนี้อุปกรณ์ที่รองรับ WiGig จะมาในชื่อ IEEE 802.11ad โดยปี 2016 นี้ ก็มี router ใหม่ที่รองรับ WiGig มาตรฐาน 802.11ad ออกมาแล้ว และภายในปี 2017 ก็จะมีคอมพิวเตอร์พีซี โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ก็จะมี WiGig (802.11ad) ติดมาด้วย

    โดยการมาของ WiGig จะสนับสนุนในการชมคอนเทนต์ความละเอียดสูงและเทคโนโลยีล้ำยุคอย่าง VR , Augmented Reality, วีดีโอ 4K , การ streaming จากมือถือหรือโน้ตบุ๊คแชร์สู่หน้าจอพีซีแบบไร้สาย

    ข้อมูลจาก The Verge และ www.it24hrs.com

  • Microsoft announces Surface Studio, an all-in-one PC

    Read More

    Microsoft announces Surface Studio  ไมโครซอฟท์ที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ซึ่งจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่พื้นผิว หลังจากการแนะนำหนังสือแล็ปท็อป  Microsoft มีการปรับปรุง ทั้งหมดให้สามารถใช้งานอย่างคุ้มค่า ในหนึ่งเดียว เรียกว่า Surface Studio เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส PixelSense 28 นิ้วกับ 3: 2 และอัตราส่วน 192 PPI ไมโครซอฟท์อธิบายหน้าจอ LCD เป็นบางที่สุดเท่าที่เคยสร้างที่ 12.5mm และกล่าวว่าได้ 13,500,000 พิกเซลซึ่งเป็นร้อยละ 63 มากกว่าทีวี 4K แสดงเป็น TrueColor ไมโครซอฟท์อธิบายเพราะมันอยากจะ "ทำให้สีแดงที่ลึกที่สุดที่เป็นไปได้" ไมโครซอฟท์ยังสร้างขนาดที่แท้จริงมาสู่สิ่งนี้หมายถึง 1 นิ้วในหน้าจอเป็น 1 นิ้วในชีวิตจริงความหมายมีความจำเป็นมากขึ้นในการแสดงตัวอย่างก่อนพิมพ์เอกสารของคุณ สตูดิโอพื้นผิวมีตู้อลูมิเนียมปลอมแปลงและแขน Chrome ซึ่งไมโครซอฟท์กล่าวว่า "สมบูรณ์จางลงในพื้นหลัง" 



    คุณสามารถผลักดันด้านบนของจอแสดงผลและมันพับลงเกือบแบนทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหลักยักษ์ขนาดแท็บเล็ต Surface รายละเอียดอื่น ๆ ได้แก่ 32GB หน่วยความจำไดรฟ์ไฮบริด 2TB และ GeForce 980M 

    นอกจากนี้ยังมีในตัวไมค์อาเรย์เพื่อให้คุณสามารถพูดคุยกับ Cortana จากทั่วห้องและกล้อง HD ที่ด้านบนที่รองรับ Windows สวัสดี และมีเพียงหนึ่งสายเคเบิลออกมาจากด้านหลังจะมีอำนาจมันทั้งหมด

    Microsoft announces Surface Studio, an all-in-one PC - photo 13

    เพราะ Surface Studio มีบานพับศูนย์แรงโน้มถ่วงกับ 80 ชิ้นส่วนและตัวช่วยในการกำหนดแต่งมีมุมร่าง 20 องศาได้เอง มันเป็นจอแสดงผล 13 ปอนด์และจะทำงานร่วมกับปากกาพื้นผิว เช่น เดียวกับอุปกรณ์เสริมที่พื้นผิวแบบ Dial ใหม่ซึ่งจะช่วยให้มีการผสมและหมึก มันเป็นเครื่องมือป้อนข้อมูลใหม่ทั้งหมดที่คุณสามารถใช้เพื่อย้อนกลับสิ่งที่คุณก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ทำงานของ Windows หมึกเพียงโดยการปั่นหน้าปัด

    Microsoft announces Surface Studio, an all-in-one PC - photo 16

    นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้กดเพื่อซูมในเอกสาร Word  จากนั้นคุณสามารถคว้าพื้นผิวปากกาอธิบายในเอกสารเดียวกัน ผ่านสายโทรศัพท์จะปรากฏขึ้นเพื่อเรียกเมนูซอฟต์แวร์รัศมีใต้เมื่อคุณวางไว้ด้านบนของสตูดิโอพื้นผิว เรากำลังจินตนาการ Microsoft จะต้องการการสนับสนุนแอปที่จะได้รับสายโทรศัพท์ที่ทำงาน บน Surface Studio

    Microsoft announces Surface Studio, an all-in-one PC - photo 3

    ไมโครซอฟท์กล่าวว่าคุณสามารถใช้ควบคุม Xbox ใด ๆ กับ Surface Studio ได้มากเกินไป คุณสามารถสั่งซื้อ Surface Studio ในราคา $ 2,999  เริ่มต้น 26 ตุลาคม แต่ราคายังไม่ชัดเจนเท่าไร

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก 

  • LG จัดกิจกรรม

    Read More

    LG จัดกิจกรรม "Life’s Good, Life Saving คืนชีวิตสู่ธรรมชาติ คืนวาฬสู่ทะเล" ร่วมอนุรักษ์ปลาวาฬและอ่าวไทยให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ ด้วยการปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนบริเวณอ่าวไทย ณ จังหวัดเพชรบุรีในวันที่ 12 ตุลาคม 59

    ซึ่งการอนุรักษ์วาฬในครั้งนี้ เป็นวาฬบรูด้า ที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำทะเลอ่าวไทยและเป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวไทย แต่ในปัจจุบันวาฬบรูด้า มีจำนวนลดลงจนเข้าขั้นวิกฤติ จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสัตว์สงวนลำดับที่ 16 ใน พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ซึ่งจำนวนของวาฬบรูด้าในตอนนี้ เหลือเพียงประมาณ 50 ตัวเท่านั้น

    ซึ่งสำหรับกิจกรรม Life’s Good, Life Saving นี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามชมความเคลื่อนไหวของทาง LG ได้ผ่านทางเฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/thailandlifesgood นอกจากนี้ ทาง LG ยังมีคลิปภารกิจลับในการช่วยชีวิตวาฬด้วยทีวี LG OLED TV มาให้ชมอีกด้วย จะเป็นภารกิจที่ลุ้นระทึกขนาดไหน ลองไปชมกันได้เลย



    สำหรับใครที่อยากมีส่วนร่วม ในการช่วยเหลือวาฬ ภายใต้การดูแลของกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยทาง LG ได้ร่วมกับ LCDTVTHAILAND จัดโปรโมชั่น ซื้อ LG OLED TV รุ่นใดก็ได้จากร้าน LCDTVTHAILAND ก็มีส่วนร่วมในการบริจาคเงิน เครื่องละ 2,000 บาท พร้อมรับฟรี! ตุ๊กตาหมอนผ้าห่ม Bean Bird สุดน่ารักอีกด้วย

    ขอบคุณข้อมูลจาก

  • Ultrabook คืออะไร

    Read More

    Ultrabook คือ รูปแบบ Notebook ที่คาดว่าจะเป็น notebook รูปแบบใหม่ในอนาคตนั่นเอง ซึ่งจุดเด่น Ultrabook ก็คือ Ultrabook มีความบางเบามากเป็นพิเศษ  โดยใช้ SSD เป็นตัวเก็บข้อมูลทำให้โหลดและเซฟงานได้เร็วมาก โดยมาตฐานของอินเทลระบุความหนาไว้ที่ ไม่เกิน 21 มม. ต้องมีระยะเวลาของแบตเตอรี่อย่างน้อย 5-8 ชม. ถ้าใช้โหมดแสตนบายจะต้องเปิดได้ภายในเวลา  2 วินาที และมีระบบความปลอดภัยดีเยี่ยม และราคาไม่เกิน 1,000 USD ซึ่ง Ultra book นั้นก็มีลักษณะคล้ายกับ Macbook Air 

    โดย Ultrabook นั้นสามารถทำได้ทุกอย่างที่ tablet ทำได้ รวมไปถึงสัมผัสหน้าจอได้ด้วย แต่ Ultrabook นั้นจะมีคีย์บอร์ดด้วย Netbook ส่วนใหญ่จะมีสินค้าระดับล่างถึงกลาง ปัจจุบัน Ultrabook จะมาจับตลาดกลุ่มกลางและกลุ่มบน โดยมีสมรรถนะที่ดีกว่า netbook 

    โดยในอนาคตนั้น Intel คาดว่า 40% ของโน้ตบุ๊คที่วางจำหน่ายในปี 2012 จะเข้าข่าย Ultrabook  ที่ตอนนี้มีให้เห็นแล้วก็มี Asus UX21 ที่มีความบาง และมีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Intel Core i5 และมีน้ำหนักเพียง 2.2 ปอนด์ (1 กิโลกรัม)

    อัลตร้าบุ๊คถูกคิดค้นและพัฒนาโดย บริษัท อินเทล คอร์เปอเรชั่น ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการคอมพิวเตอร์พกพา ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้โน๊ตบุ๊คทั่วโลก นั่นคือ ความบาง เบา พกพาสะดวก ระยะเวลาการใช้งานบนแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม  อัลตร้าบุ๊ค (Ultrabook) ได้ดึงเอาจุดเด่นของโน๊ตบุ๊ค ที่ทำงานได้สะดวกและง่ายดายด้วยการมีคีย์บอร์ดแบบฟูลฟังก์ชั่น และความรวดเร็วในการเปิดเครื่องพร้อมใช้งานของแท็บเล็ต จึงทำให้อัลตร้าบุ๊คใช้งานได้สะดวกและง่ายดาย มีประสิทธิภาพสูง เปิดเครื่องและใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่เสียเวลาบูตเข้าสู่ระบบปฏิบัติการอีกด้วย

    มาตรฐานของ Ultrabook
    อินเทลได้กำหนดมาตรฐาน หรือ Ultrabook Certified ให้กับผู้ผลิตอัลตร้าบุ๊คทุกแบรนด์ทั่วโลก สามารถผลิตอัลตร้าบุ๊คที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน โดยที่ยังมีจุดเด่นดังต่อไปนี้
    Ultra Sleek อัลตร้าบุ๊คต้องมีความบางและเบาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถพกพา เพื่อให้ผู้ใช้สามารถพกพาได้อย่างสะดวก โดยที่อัลตร้าบุ๊คต้องมีความหนาไม่เกิน 18 มม. สำหรับรุ่นที่มีหน้าจอขนาด 11-13 นิ้ว และต้องไม่เกิน 21 มม. สำหรับรุ่นที่มีหน้าจอขนาด 14 นิ้วขึ้นไป
    Long Last Battery อัลตร้าบุ๊คต้องรองรับการใช้งานบนแบตเตอรี่ได้อย่างน้อย 5 ชั่วโมง
    Responsiveness สามารถเปิดเครื่องใช้งานจากภาวะ Sleep Mode (S4) ถึงแป้นพิมพ์พร้อมใช้งานตอบสนองได้เร็วกว่า 7 วินาที (S4 คือระดับภาวะของ Sleep Mode ที่ลึกกว่าปกติ โดยที่ S6 คือการปิดเครื่อง Shut Down)

    คุณสมบัติของ Ultrabook
    นอกจากนี้อัลตร้าบุ๊คยังมีคุณสมบัติโดดเด่นอีกหลายอย่าง บางคุณสมบัตินั้นก็ดึงเอาข้อดีของแท็บเล็ตมาใช้ จึงทำให้อัลตร้าบุ๊ค ใช้งานได้ครอบคลุมและแทนที่อุปกรณ์อย่างแท็บเล็ตหรือโน๊ตบุ๊ครุ่นเก่าได้อย่างสบาย คุณสมบัติที่เด่นของคุณสมบัติ Instant On พร้อมทำงานในพริบตาด้วยเทคโนโลยี Intel Rapid Start Technology คุณจึงสามารถเปิดอัลตร้าบุ๊คและพร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลารอบูตเพื่อเข้าระบบปฎิบัติการอีกต่อไป

    Intel Smart Response Technology เทคโนโลยีที่ช่วยคุณเข้าถึงไฟล์และแอพพลิเคชั่นที่ใช้บ่อยๆได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เพราะอัลตร้าบุ๊คจะจดจำพฤติกรรมการใช้งานของคุณทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าคุณใช้โปรแกรมหรือไฟล์ใดเป็นประจำ ซึ่งจะทำให้การเรียกใช้งานครั้งต่อไปทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
    Intel Smart Connect Technology อัพเดตข้อมูลข่าวสารและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กโดยอัตโนมัติ ให้คุณติดตามข้อมูลทุกความเคลื่อนไหว ไม่พลาดแม้แต่วินาทีเดียว
    Long Last Battery อัลตร้าบุ๊คใช้ซีพียู Intel Core Processors เจนเนอเรชั่น 2 และ เจนเนอเรชั่น 3 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ใช้พลังงานต่ำแต่ให้ประสิทธิภาพสูง โดยในขณะที่ทำงานเต็มที่อัลตร้าบุ๊คจะใช้พลังงานเพียง 17 วัตต์เท่านั้น และในขณะที่อยู่ใน โหมด Standby อัลตร้าบุ๊คก็ใช้พลังงานต่ำมาก จึงทำให้อัลตร้าบุ๊ค สามารถนำไปใช้งานนอกสถานที่ได้สูงสุดถึง 5 ชั่วโมง
     
    ขอบคุณข้อมูลจาก

  • supercomputer

    Read More

    ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (supercomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถสูงที่สุดในกลุ่มมีขนาดใหญ่ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) สามารถประมวลผลข้อมูลในปริมาณมากรวมถึงการประมวลผลงานที่มีรูปแบบอันซับซ้อน มีความรวดเร็วในการคำนวณได้มากกว่าหนึ่งล้านล้านต่อวินาที ( 1 Trillion calculations per second ) ภายในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สามารถรองรับโปรเซสเซอร์ได้มากกว่า 100 ตัว หน่ายวัดความเร็วของคอมพิวเตอร์นี้คือ หน่วยจิกะฟลอบ (Gigaflop)

    ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับงานคำนวณที่ต้องมีการคำนวณตัวเลขจำนวนหลายล้านตัวภายในเวลาอันรวดเร็ว เช่น งานพยากรณ์อากาศ ที่ต้องนำข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอากาศทั้งระดับภาคพื้นดิน และระดับชึ้นบรรยากาศเพื่อดูการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของอากาศ งานนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงมาก นอกจากนี้มีงานอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) ซึ่งมีความเร็วสูง เช่น งานการวิจัยนิวเคลียร์ งานควบคุมทางอวกาศ งานประมวลผลภาพทางการแพทย์ ด้านการทหาร วิศวกรรมเคมีภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น การสร้างโมเดลที่สามารถประมวลผลด้านความซับซ้อนสูงในการจำลองการประมวลผลต่างๆ รวมทั่วใช้วิจัยพันธุกรรมในมนุษย์หรือโครงสร้างดีเอ็นเอ ซึ่งมีมากกว่า 80,000 ถึง 100,000 ยีนในร่างกายของมนุษย์ งานด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะทางด้านเคมี เภสัชวิทยา และงานด้านวิศวกรรมการออกแบบ และเนื่องจากราคาของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) สูงมาก จึงมักมีการใช้งานเฉพาะด้านเท่านั้น หน่วยงานที่มีกำลังความสามารถในการนำไปใช้เพื่องานวิจัย ก็คือหน่วยงานขององค์การรัฐบาล ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มากและมหาวิทยาลัย


    ขอบคุณข้อมูลจาก : th.wikipedia.org/wiki/ซูเปอร์คอมพิวเตอร์

ค้นหา

ล่าสุด

About

(Team Developer) ORNEXDEV

facebook fanpage